Home » Hilight, MSN, อาชญากรรม - ข่าวทั่วไป » หลวงปู่พุทธอิสระ ขอ สมเด็ช่วง บิณฑบาต “ปู” แทน

หลวงปู่พุทธอิสระ ขอ สมเด็ช่วง บิณฑบาต “ปู” แทน

หลวงปู่พุทธอิสระ แจงให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ บิณฑบาต “ยิ่งลักษณ์” แทน สุเทพ

หลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กล่าวในรายการธรรมะแสกหน้า กรณีที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ขอบิณฑบาตนายสุเทพ ว่า เราเป็นคนไทย จิตใจบริสุทธิ์ พุทธศาสตร์มั่นคง ดำรงภูมิพล

และขอให้หลวงปู่พุทธอิสระควรให้สตินายสุเทพ และให้หยุดการกระทำทั้งหมด และขอให้กลับวัดได้แล้ว เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข ว่า ตอนที่ประเทศชาติล่มจม 2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจฝืดเคือง สังคมล่มสลาย การศึกษาแย่ สิ่งแวดล้อมตกต่ำ นักบวชในศาสนาทำตัวนอกรีต ทั้งหมดมาจากเหตุใครเป็นคนกระทำ พระเดชพระคุณไม่ได้ระลึกรู้บ้างหรือไง

คนที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ควรจะต้องให้ไปให้สติไม่ใช่ตนและนายสุเทพ แต่เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมทั้ง ส.ส. ส.ว. ที่ประพฤติมิชอบ ฉ้อฉล และกระทำการละเมิดอำนาจของประชาชนอย่างร้ายแรง อย่างที่ปรากฎและเป็นข่าวไปทั่วโลก

ตอนนั้นไปนั่งเข้าฌาณ (หมายถึง การทำสมาธิชั้นสูง) อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ หรือว่าเงินมันบังหูบังตา หรือว่าลาภสักการะมันทำให้ตาหูสว่างขึ้นที่จะดูว่าสาเหตุที่คนเขาเดินกลางถนนด้วยเพราะเหตุใด

ถ้ารัฐบาลถูกต้องชอบธรรม ประพฤติตนเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ตระบัดสัตย์ ไม่ทรยศต่ออำนาจประชาชน และทำเพื่อประโยชน์สุขประชาชน มีประชาชนคนไหนเขาอยากออกมาเดินลำบากบนถนนเพื่อจะขับไล่

ตนเองก็ไม่ได้อยากมาลำบากบนถนน เพื่อจะขับไล่รัฐบาล เพราะไม่ได้เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ที่สุดก็ไม่ได้เป็นผลดีแก่ตน เมื่อเช้ายังโดนเขียนจดหมายด่า ไม่ได้เบี้ยหวัด เงินเดือน บำนาญ

ทั้งหมดมาจากเหตุไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ไปถามคนสร้างเหตุ เหตุที่มันเกิดมาจากอะไร ในฐานะที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นกรรมการมหาเถระสมาคม มีวุฒิภาวะถึงระดับพระมหาเถระ อยู่ในองค์กรที่บริหารคณะสงฆ์สูงสุด จะต้องมองที่เหตุก่อน อย่ามองแค่ปลาย

แล้วอย่ามาอ้างเอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยกเอาพระบารมีมาทำให้ความถูกต้องชอบธรรมหรือความสุจริตทุจริตมันหายไป และกลบไว้ด้วยหญ้า ประมาณว่าลืมๆ มันซะ จับมือกันได้ อย่างนั้นก็ต้องไปบอกรัฐบาลว่าความต้องการของประชาชนหลายล้านคนที่ต้องการรัฐบาลทำให้ได้หรือไม่

“ท่านควรจะไปเจรจากับเขาว่า ท่านนายกฯ ทำอย่างไรจะให้ประชาชนทุกหย่อมหญ้าได้อยู่ดีมีความสุขกันทั่วถึง ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ ทำอย่างไรจะให้เหตุที่มันเกิดขึ้นจากความร้าวฉาน จากพฤติกรรมของรัฐบาล และ ส.ว. ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล มันหมดไป

ท่านได้ยินคำขอโทษของคนเหล่านี้บ้างไหมที่มากระทำการอันละเมิดสิทธิ์ของประชาชน ออกมาจากปากบ้างหรือยัง ท่านเคยเห็นรัฐบาลมาแสดงตนเพื่อจะสารภาพผิดบ้างไหมว่า ขออภัยพี่น้อง ขอโทษที่ทำสิ่งที่เลวร้ายและทำให้เสียหายต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลที่มีต่อประชาชน

ท่านไม่โดนกดขี่ข่มเหงหรอก เพราะท่านเป็นพวกเดียวกับรัฐบาล แต่ผมไม่ใช่ นายสุเทพ ก็ไม่ใช่ ประชาชนที่มานั่งนอนบนถนนยากลำบาก โดนแก๊สน้ำตา โดนยิงกบาล ก็ไม่ใช่พวกเดียวกับรัฐบาลสิ เขาก็เลยโดนกระทำอย่างที่น่าอดสูใจอย่างยิ่ง

ถ้าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คิดจะมาให้สติตน ก็กลับไปสอนรัฐบาล ไปให้สติและไปเตือนรัฐบาลว่าถ้ารัฐบาลอยากยุติปัญหาเหล่านี้ ไม่ยากเลย แค่นายกฯ บอกว่ารัฐบาลจะยินดีร่วมมือร่างพิมพ์เขียวสภาประชาชน ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาช่วยหาวิธีแก้ไขกติกาให้อำนาจถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง

สิ่งที่ตนทำคือสิ่งที่ทำให้บ้านเมือง ประเทศนี้ยั่งยืนอย่างยาวนาน และเป็นความภาคภูมิของลูกหลานสืบไป ตนไม่ได้ปล้นสดมภ์ ตนไม่ได้ฆ่าใคร ไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทุจริตคดโกงใคร ไม่ได้ต้องอาบัติใดๆ ที่จะทำให้ขาดจากความเป็นพระได้

สิ่งที่ตนกระทำเปิดดูมันไม่ได้ผิดธรรมวินัย จะผิดก็ตรงที่พวกท่านคิด หรือเขียนขึ้นมาในชั้นหลังๆ เกิดความรู้สึกได้ว่าสิทธิ์และศักดิ์ตามรัฐธรรมนูญที่เรากระทำที่เขาให้ไว้ เราโดนกำกับดูแลและจำกัดเฉพาะฟองน้ำลายที่กระดกบนปลายลิ้นของพวกท่าน เพราะฉะนั้นก็ขอให้ไปเตือนรัฐบาล

“ถ้าแน่จริงมาจับเข่าคุยกันกับท่านสองคนเลย หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็จะให้ไปที่วัดก็ได้”



ข่าวโดย : Astv ผู้จัดการ






ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็น และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง TALKYSTORY.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบ ในการดำเนินการต่อไป