วงการผ้าเหลืองร้อนผ่าวอีกจนได้ เมื่อชาวบ้านในต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ช่วยกันล้อมจับพระปลัดนพรัตน์ เจ้าอาวาสวัดพลา ที่พาสีกามาร่วมหลับนอนในกุฏิอย่างโจ๋งครึ่ม อยู่ในผ้าเหลืองแท้ๆ ไม่น่าทำได้!!?
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านข้องใจพฤติกรรมพระปลัดนพรัตน์มานานแล้ว เพราะมีข่าวลือหนาหู ว่าเจ้าอาวาสรูปนี้ประพฤติผิดเป็นอาจิณ เพื่อให้หายข้องใจชาวบ้านจึงเฝ้าติดตาม ลงทุน ลงแรงไปเฝ้าอยู่ที่วัดตั้งแต่ตอนมืดยันฟ้าสาง
รอจนกระทั่งเจอภาพเหตุการณ์สีกาสาวเดินออกจากกุฏิ จึงกักตัวไว้ซักถาม ซึ่งหญิงสาวรายนี้บอกว่าเพิ่งเข้าไปร่วมหลับนอนกับพระปลัดนพรัตน์มาหมาดๆ กำลังจะกลับบ้าน คำให้การของเธอถูกใช้เป็นหลักฐานมัดพระปลัดนพรัตน์ ภายหลังเรื่องแดงออกมา พระปลัดนพรัตน์พยายามเผ่นออกจากวัด ฝ่าวงล้อมชาวบ้านที่ฮือรุมประชาทัณฑ์โดนไปหลายหมัด ก่อนจะดอดเข้าพบเจ้าคณะจังหวัดระยองเพื่อรับทราบความผิดในภายหลัง งานนี้พระปลัดนพรัตน์ยอมลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ยังไม่ยอมสึก พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้มีอะไรกับหญิงสาวคนนั้น ผิดถูกอย่างไรคงต้องว่ากันที่หลักฐานและพยาน ย้อนไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวบ้านในต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เกิดระแคะระคายมาว่าพระปลัดนพรัตน์ เจ้าอาวาสวัดพลา มีพฤติกรรมนอกรีตมานานแล้ว มักจะพาสีกามาร่วมหลับนอนที่วัดบ่อยครั้ง หรือไม่ก็แต่งชุดฆราวาสออกเที่ยวเตร่ตอนกลางคืนเป็นประจำ กลุ่มชาวบ้านจึงประสานเจ้าหน้าที่อปพร. ต.พลา ให้มาร่วมจับผิดพระสงฆ์รูปนี้เพื่อให้หายข้องใจ การจับผิดพระนอกรีตจึงเริ่มขึ้น ชาวบ้านเฝ้าสังเกตพฤติกรรมเจ้าอาวาสอยู่รอบๆ กุฏิ ตั้งแต่ตอนค่ำวันที่ 27 มี.ค. เพื่อรอดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ จนกระทั่งตอนตี 4 ของวันถัดไป ทุกคนก็ได้เห็นภาพน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี กำลังเดินออกมาจากกุฏิพระปลัดนพรัตน์ ไปขึ้นรถเก๋งโตโยต้า วีออส ที่จอดไว้ กลุ่มชาวบ้านจึงฮือเข้าล้อมน.ส. เอ เพื่อเค้นเอาความจริงในทันใด ห้วงนั้นน.ส.เอ เกิดอาการหวาดกลัวจนตัวสั่น ยอมรับสารภาพว่าเพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับพระปลัดนพรัตน์มาหมาดๆ และก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาร่วมหลับนอนด้วยแล้ว 3-4 ครั้ง ในช่วง 3 เดือน ซึ่งน.ส.เอให้การไปร้องไห้ไป พร้อมขอร้องว่ากลัวสามีจะรู้ และขู่จะฆ่าตัวตาย กลุ่มชาวบ้านจึงรีบแจ้งนายสมทรง แถวโชติ กำนัน ต.พลา ให้เดินทางมาตรวจสอบในฐานะเป็นกำนันในท้องที่เกิดเหตุ พร้อมปิดล้อมกุฏิพระปลัดนพรัตน์เอาไว้ นาทีขับไล่พระจึงเริ่มขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ร่ำลือไปเร็วมาก ไม่นาน ก็มีชาวบ้านจำนวนมากแห่กันมาเต็มวัด พร้อมส่งเสียงตะโกนสาปแช่งด่าทอให้สึกพ้นจากผ้าเหลืองไป สถานการณ์ทำท่าจะบานปลาย เนื่องจากพระปลัดนพรัตน์ไม่ยอม สึก ได้แต่ปิดกุฏิเก็บตัวเงียบอยู่ข้างใน กำนันสมทรง จึงไปแจ้งด.ต.มงคล วิงวอน ตำรวจประจำตู้ยามหาดพยูน สภ.บ้านฉาง ให้เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานและทำบันทึกไว้ พระปลัดนพรัตน์ยังคงเก็บตัวเงียบดูท่าทีต่อไป เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเจรจากับพระรูปนี้อยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยิ่งนานก็ยิ่งมีชาวบ้านเพิ่มขึ้น ยิ่งได้ยินพระปลัดนพรัตน์ต่อรองว่าจะขอครองผ้าเหลืองต่อ เพราะไม่ได้ทำผิด ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านเป็นทวีคูณ เมื่อเห็นท่าไม่ดีเกรงว่าจะเกิดเหตุ การณ์บานปลาย นายสมทรงจึงรีบไปนิมนต์พระมหาประวิทย์ เจ้าคณะตำบลสำนักท้อน อ.บ้านฉาง มาเกลี้ยกล่อมอีกทาง แต่ก็ยังไม่เป็นผล สุดท้ายนายสมทรง และนายสมพร ล้นเหลือ นายกเทศมนตรีตำบลพลา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตัดสินใจงัดประตูเข้าไป แต่ก็ไปติดประตูกระจกอีกชั้นด้านใน มองเห็นพระปลัดนพรัตน์ อยู่ในอาการกระวนกระวายเดินไปมาในห้อง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกทางประตูด้านหลัง โดยมีลูกศิษย์ส่วนหนึ่งคุ้มกันอย่างแน่นหนา พยายามพาขึ้นรถยนต์ที่จอดรอไว้ แต่ก็ถูกชาวบ้านจำนวนหนึ่งฮือเข้าไปประชาทัณฑ์ ถูกเตะต่อยไปหลายหมัด ก่อนที่จะขึ้นรถหนีไปได้ ท่ามกลางเสียงโห่ดังไล่หลัง หลังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นภายในกุฏิ พบเสื้อชั้นในผู้หญิงสีชมพู ยี่ห้อวาโก้ 1 ตัว กางเกงชั้นในสีชมพู 1 ตัว ถุงยางอนามัย 1 กล่อง และยังพบแผ่นหนังลามกถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเก็บแผ่น ซีดี ประมาณ 100 แผ่น เบียร์ 2 ขวด พร้อมด้วยก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ภายในชาม ในตู้เย็นพบขนมเครื่องดื่มเต็มตู้ จึงบันทึกภาพเอาไว้ หลักฐานที่พบครั้งนี้พระมหาประวิทย์ยืนวันว่าสามารถเอาผิดกับพระปลัดนพรัตน์ได้ เบื้องต้นจึงสั่งปลดพระปลัดนพรัตน์ออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ก่อน หลังเรื่องแดงพระปลัดนพรัตน์ หนีไปกบดาน 2 วัน ก่อนจะดอดเข้าพบพระรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดระยอง พร้อมกับยืนยันว่าขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีอะไรกับสีกาคนนั้น เรื่องนี้มีเบื้องหลัง มีคนกลั่นแกล้งจ้องทำลาย จึงไม่ขอสึกขาดจากความเป็นพระ เจ้าคณะจังหวัดจึงให้เซ็นหนังสือยินยอมเอาไว้เป็นหลักฐาน ในขณะที่การดำเนินการทางสงฆ์ จะได้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อไป ถึงแม้พระปลัดนพรัตน์ จะไม่ยอมสละผ้าเหลือง แต่ก็ดูเหมือนจะหาที่อยู่ยาก เพราะขณะนี้ที่วัดพลา เต็มไปด้วยชาวบ้านที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเฝ้ากุฏิพระปลัดนพรัตน์ เพื่อป้องกันการหวนกลับมา โดยชาวบ้านจัดเวรผลัดละ 4 คน เฝ้าไว้ตลอด 24 ชั่วโมง โผล่มาเมื่อไหร่เป็นเรื่องเมื่อนั้น นอกจากนี้ ยังมีเสียงร่ำลือกันว่าหลังออกจากวัด พระปลัดนพรัตน์ได้ติดต่อมายังลูกศิษย์คนสนิทคนหนึ่งเพื่อขอเงินใช้ แต่ไม่มีใครกล้าให้ เพราะเป็นเงินของวัด ทุกคนต้องการให้พระปลัดนพรัตน์สึกขาดจากความเป็นพระเสียก่อน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเตรียมทำหนังสือพร้อมแนบพยานหลักฐานที่พบในกุฏิ เสนอไปยังเจ้าคณะจังหวัดระยอง เพื่อให้ลงโทษและไล่พ้นจากผ้าเหลืองเพราะถือเป็นการกระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง จึงต้องการให้จัดการลงโทษสถานหนัก หากปล่อยไว้ก็จะเป็นภัยต่อวงการผ้าเหลือง กล่าวถึงพระปลัดนพรัตน์ เดิมชื่อนายนพรัตน์ วงษ์ทิพย์รัตน์ อายุ 50 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง เคยเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ต.กร่ำ แต่ถูกชาวบ้านขับไล่ออกจากวัด ด้วยสาเหตุในเรื่องทำนองเดียวกัน แต่ไม่มีหลักฐานจนกระทั่งได้มาอยู่ที่วัดพลา เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ในตอนแรกก็พฤติกรรมดี จนกระทั่งเริ่มออกลายภายหลัง ซึ่งที่ผ่านมา ชาวบ้านเคยรวมตัวขับไล่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานจึงทำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งชาวบ้านมาจับได้ในครั้งนี้ ศาสนาต้องมัวหมองอีกจนได้
|